Loading...

บริษัทฯ มีลักษณะของการสมัครเข้าร่วมธุรกิจเพียงแบบเดียว ทุกคนที่สมัครเข้ามาไม่ว่าจะเป็นแบบใดจะมีสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน สามารถทำธุรกรรมต่างๆ กับบริษัทฯ ได้ตามที่ระบุในคู่มือนักธุรกิจทุกประการ

คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • ผู้สมัครต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป ในกรณีที่ผู้สมัครมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ต่ำกว่า
      18 ปีบริบูรณ์ ผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมจาก บิดา, มารดา, หรือผู้ใช้อำนาจปกครอง
      ตามกฎหมายโดยจะต้องแนบทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทั้งของ ผู้ปกครองและของผู้สมัคร(ในกรณีที่ผู้สมัครมีอายุเกิน 80 ปี บริษัทฯ ขอสงวน
      มิให้ทำการสมัครเป็นนักธุรกิจซัคเซสมอร์)
    • กรณีของสามี ภรรยา ทั้งที่จดทะเบียนสมรส (นิตินัย) หรือมิได้จดทะเบียนสมรส (พฤตินัย)
      ให้ถือเป็นบุคคลเดียวกันและต้องสมัครในรหัส เดียวกันเท่านั้น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ ความหมายของคำเฉพาะ และการตีความในธุรกิจซัคเซสมอร์)
    • ผู้สมัครจะต้องยอมรับ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อตกลงการดำเนินธุรกิจซัคเซสมอร์ และแผนธุรกิจไซเคิลแมทชิ่งของบริษัทฯ ทุกประการ
    • อัตราค่าสมัครเป็นนักธุรกิจซัคเซสมอร์ 300 บาท

หมายเหตุ : สมัครได้ 1 คน ต่อ 1 รหัสเท่านั้น (สามีภรรยาถือเป็นบุคคลคนเดียวกัน)

การยื่นใบสมัคร

การยื่นใบสมัครแบบทั่วไป

เมื่อนักธุรกิจซัคเซสมอร์กรอกใบสมัคร และแนบเอกสารประกอบการสมัครที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว สามารถยื่นได้ที่ศูนย์บริการ
ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ สำนักงานใหญ่หรือที่สาขาทั่วประเทศในวันและเวลาทำการหรือจัดส่งทางไปรษณีย์มายังสำนักงานใหญ่
(ระบุมุมซองว่า “เอกสารใบสมัคร”) เมื่อพนักงานได้รับใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครของท่าน และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนแล้วนั้น บริษัทฯจะทำการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบต่อไป

***บริษัทฯ งดให้บริการรับใบสมัครเพื่อคีย์หน้าเคาน์เตอร์ ทุกสาขา ในวันที่ 15 และวันสุดท้ายของเดือน (วันปิดยอด)

การยื่นใบสมัครที่กรอกออนไลน์ไว้แล้ว

นักธุรกิจซัคเซสมอร์สามารถใช้ใบสมัครที่ซื้อจากบริษัทฯ หรือพิมพ์ใบสมัครจากระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อป้อนข้อมูลในใบสมัครที่กรอกไว้เรียบร้อยแล้วลงในระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วค่อยนำส่งใบสมัครรวมถึงเอกสารประกอบการสมัครมาที่บริษัทฯ ภายใน 30 วัน โดยสามารถนำส่งใบสมัคร และเอกสารประกอบการสมัครได้ด้วยการยื่นที่ศูนย์บริการ ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ หรือสาขาที่จะเปิดดำเนินการในอนาคตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ จัดส่งทางไปรษณีย์มายังสำนักงานใหญ่เท่านั้น

(ระบุที่มุมซองว่า แผนกทะเบียนสมาชิก)

เอกสารประกอบการสมัคร

ทั้งในกรณีการเป็นผู้สมัครหลักและผู้สมัครร่วม

บุคคลทั่วไป

สำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัครหลักและผู้สมัครร่วม (ถ้ามี) ที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

– กรณีใช้สำเนาบัตรข้าราชการ หรือ สำเนาใบขับขี่รถยนต์หรือจักรยานยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุ แต่ในบัตรดังกล่าวมิได้ระบุวัน เดือนปีเกิด และที่อยู่ตามบัตรประชาชน จะต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้านร่วมด้วยทุกครั้ง

– กรณีใช้สำเนาใบเหลือง (ใบต่ออายุของบัตรประชาชน) และต้องยังไม่หมดอายุ จะต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้านร่วมด้วยทุกครั้ง

สำเนาสมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ของผู้สมัครหลักเท่านั้น หากท่านมิได้ส่งสำเนาสมุดบัญชีธนาคารมาให้บริษัทฯ
ท่านก็ จะยังไม่ได้รับการโอนโบนัส (หากมีโบนัส บริษัทฯ จะยังเก็บโบนัสของท่านไว้ และโอนให้ในรอบการจ่ายโบนัสเมื่อท่านได้ยื่น สำเนาสมุดบัญชีธนาคารมาแล้วเท่านั้น) โดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบทุกครั้งที่ท่าน log in เข้าระบบด้วยข้อความ “ท่านยังไม่ ได้ยื่นสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร กรุณาส่งสำเนาสมุดบัญชีธนาคารของท่านมายังบริษัทฯ” ท่านต้องระบุรหัสสมาชิกนักธุรกิจซัคเซสมอร์
ของท่านในสำเนาดังกล่าวด้วย

สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง (บิดา/มารดา/ผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย)
ในกรณีที่ผู้สมัครมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์

นิติบุคคล

บริษัทฯ ไม่รับการสมัครในนามนิติบุคคล หากแต่นักธุรกิจซัคเซสมอร์สามารถยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพการสมัครจากบุคคลธรรมดา
เป็นนิติบุคคลโดยกรอก “แบบฟอร์มการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล ชื่อ-นิติบุคคล” ทั้งนี้การขอเปลี่ยนสถานภาพจากบุคคลธรรมดา
เป็นนิติบุคคลได้นั้น จะต้องเป็นนิติบุคคลประเภท “บริษัทจำกัด” หรือ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” เท่านั้น
และนักธุรกิจซัคเซสมอร์ที่เป็นผู้สมัครหลัก ต้องมีชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
และมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นมากกว่า 90% ขึ้นไป เอกสารที่ใช้ ประกอบต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องและประทับตราของบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด มีดังนี้

สำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัครหลักและผู้สมัครร่วม (ถ้ามี)
ที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครหลัก
พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

หนังสือรับรองบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
พร้อมวัตถุประสงค์

สมุดบัญชีธนาคารบริษัทจำกัด
หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

สำหรับการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) จะต้องยื่นสำเนาการจดภาษีมูลค่าเพิ่มภายในวันที่ 25 ของทุกเดือน เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติมมีดังต่อไปนี้

> แบบขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (ภ.พ.01)

> สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)